jump to navigation

เขมรยุคพระเจ้ายโศวรมันที่ 1 ผู้ทรงสร้าง “พนมบาแค็ง” ปราสาทหินแห่งเมืองพระนคร ថ្ងៃចន្ទ 29 ខែមិថុនា 2020

Posted by សុភ័ក្ត្រ in ภาษาไทย.
trackback

ปราสาทพนมบาแค็ง (phnom bakheng) ภาพถ่ายเมื่อวันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2550 (Photo by TANG CHHIN SOTHY / AFP)

ในบริเวณเมืองเสียมราฐ มีภูเขาที่สําคัญอยู่สามแห่งคือ พนมบาแค็ง พนมกรม และพนมบก

พระเจ้ายโศวรมันที่ 1 ทรงเลือกสรรเขาพนมบาแค็ง ซึ่งเป็นเขาที่เตี้ยที่สุดในสามแห่งให้เป็นศูนย์กลางของราชธานี โดยทรงก่อสร้างศาสนสถานเหนือเขาแห่งนี้

ส่วนเขาพนมกรมและพนมบกนั้น ศาสนสถานเหนือยอดเขาก็มีแผนผังในลักษณะเดียวกัน โดยก่อสร้างปราสาทด้วยศิลาทรายสามหลังถวายเทพเจ้าที่สำคัญสามองค์อันได้แก่ พระพรหม พระวิษณุ และพระศิวะ

พระเจ้ายโศวรมันทรงพัฒนาสภาพชีวิตทางศาสนาเช่นเดียวกับสภาพภูมิปัญญาของราชอาณาจักร ด้วยการสร้างศาสนสถานที่สัมพันธ์กับสามศาสนาที่สำคัญซึ่งได้แก่ ศาสนาฮินดูลัทธิไศวะนิกาย ศาสนาฮินดูลัทธิไวษณพนิกาย และพุทธศาสนา ศาสนสถานเหล่านี้มิเพียงแต่จะมีพระสงฆ์เท่านั้น หากมีนักจาริกแสวงบุญและนักศึกษาผู้ต้องการศึกษาทางด้านปรัชญาอย่างลึกซึ้ง

พระเจ้ายโศวรมันยังทรงพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจในอาณาบริเวณเมืองพระนครอีกด้วย ทางทิศตะวันออกของเมืองพระนครได้โปรดให้ขุดสระบารายตะวันออก (ยโศธรตฏากะ) ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดมหึมาด้วย มีความยาว 7 กิโลเมตร และกว้าง 1.8 กิโลเมตรตามลําดับ

เพื่อที่จะเชื่อมโยงราชธานีใหม่กับราชธานีเก่าเข้าด้วยกัน พระเจ้ายโศวรมันที่ 1 จึงทรงก่อสร้างถนนจากประตูทิศตะวันออกของเมืองยโศธรปุระไปยังมุมทิศตะวันตกเฉียงเหนือของบารายแห่งเมืองหริหราลัย

ปราสาทพนมบาแค็ง บนภูเขากลางเมืองพระนคร สถานที่หลอมวมพระเจ้ายโศวรมันที่ 1 เข้ากับพระอิศวร ตามคติเทวราชา หลังจากเสด็จสวรรคต (ภาพจากหนังสือจักรพรรดิราช ที่พึ่งของมหาชนชาวสยาม)

ราชอาณาจักรเขมรได้พัฒนากว้างใหญ่ยิ่งขึ้นในรัชกาลของพระเจ้ายโศวรมัน พระเจ้ายโศวรมันทรงแผ่ขยายอาณาเขตโดยสันติวิธีไปทางทิศตะวันตก โดยการพัฒนาสภาพของพื้นที่ในบริเวณนั้น

การสงครามเพียงครั้งเดียวที่เราทราบในรัชกาลของพระองค์คือ การมีชัยชนะทางเรือเหนือชาวมาเลย์หรือชาวจาม

พระเจ้ายโศวรมันที่ 1 สิ้นพระชนม์ราวปี พ.ศ. 1143 ในรัชกาลของพระองค์นี้ตลอดระยะเวลา 11 ปี เป็นสมัยที่เจริญรุ่งเรืองอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน พระเจ้ายโศวรมันที่ 1 ทรงได้รับพระนามภายหลังที่สิ้นพระชนม์แล้วว่า “บรมศิวโลก”

พระเจ้ายโศวรมันที่ 1 ทรงมีโอรสสององค์ ซึ่งได้ครองราชย์สืบต่อลงมาคือ พระเจ้าหรรษวรมันที่ 1 และพระเจ้าอีศานวรมันที่ 2 ในปี พ.ศ. 1443 เมื่อพระราชบิดาได้สิ้นพระชนม์ลงนั้น พระเจ้าหรรษวรมันคงยังทรงพระเยาว์อยู่มาก กับทั้งยังไม่มีประสบการณ์ในการปกครองมากนัก ด้วยเหตุนั้นตลอดระยะเวลายี่สิบปีแรกในรัชกาลของพระองค์จึงมิได้ปรากฏราชกิจที่สำคัญแต่ประการใด

ในปี พ.ศ. 1464 พระมาตุลาของพระเจ้าหรรษวรมัน ผู้ซึ่งเป็นเชษฐาของมเหสีแห่งพระเจ้ายโศวรมันที่ 1 ซึ่งทรงพระนามว่าพระเจ้าชัยวรมันที่ 4 ได้ยึดอำนาจจากพระนัดดา พระเจ้าชัยวรมันที่ 4 ได้เสด็จจากเมืองยโศธรปุระไปทรงสร้างราชธานีแห่งใหม่ ณ เกาะแกร์ สองปีต่อมาภายหลังที่พระเจ้าหรรษวรมันที่ 1 สิ้นพระชนม์

ปราสาทพนมบาแค็ง (ภาพจากศิลปวัฒนธรรม ฉบับตุลาคม 2537)

แต่ทว่า ยังคงแบ่งแยกระหว่างกษัตริย์ 2 พระองค์ กษัตริย์ที่ทรงครองราชย์ตามนิตินัยคือ พระเจ้าอีศานวรมันที่ 2 ประทับที่เมืองพระนคร และกษัตริย์ที่แย่งราชสมบัติคือพระเจ้าชัยวรมันที่ 4 ที่ประทับที่เกาะแกร์

เหตุการณ์ดังกล่าวได้ดำเนินต่อมาจนกระทั่งถึงปี พ.ศ. 1471 ในปีดังกล่าวพระเจ้าอีศานวรมันที่ 2 ได้สิ้นพระชนม์ลง จึงทำให้พระเจ้าชัยวรมันที่ 4 ทรงกลายเป็นรัชทายาทของพระองค์

ถึงแม้ว่ากษัตริย์ทั้งสองพระองค์ที่ทรงพระเยาว์และสิ้นพระชนม์ในวัยฉกรรจ์ก็ตาม รวมทั้งมีการแย่งอำนาจโดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 4 ก็ตาม แต่ราชอาณาจักรเขมรก็ยังมีความมั่นคงเป็นอย่างดี


เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ 29 มิถุนายน 2563

https://www.silpa-mag.com/history/article_51959

______________________________________________________
អាន​ផង​ដែរ ៖
១. អត្ថបទ​ប្រែ ៖ ខ្មែរ​សម័យ​ព្រះ​បាទ​យសោ​វរ្ម័ន​ទី​១ អ្នក​សាង «​ភ្នំ​បាខែង​» ប្រាសាទ​ថ្ម​នៃ​ក្រុង​អង្គរ
២. ទស្សនៈ​ថៃ ករណី​ខ្មែរ និង​ខម

ឆ្លើយ​តប

Fill in your details below or click an icon to log in:

ឡូហ្កូ WordPress.com

អ្នក​កំពុង​បញ្ចេញ​មតិ​ដោយ​ប្រើ​គណនី WordPress.com របស់​អ្នក​។ Log Out /  ផ្លាស់ប្តូរ )

Google photo

អ្នក​កំពុង​បញ្ចេញ​មតិ​ដោយ​ប្រើ​គណនី Google របស់​អ្នក​។ Log Out /  ផ្លាស់ប្តូរ )

រូប Twitter

អ្នក​កំពុង​បញ្ចេញ​មតិ​ដោយ​ប្រើ​គណនី Twitter របស់​អ្នក​។ Log Out /  ផ្លាស់ប្តូរ )

រូបថត Facebook

អ្នក​កំពុង​បញ្ចេញ​មតិ​ដោយ​ប្រើ​គណនី Facebook របស់​អ្នក​។ Log Out /  ផ្លាស់ប្តូរ )

កំពុង​ភ្ជាប់​ទៅ​កាន់ %s

%d bloggers like this: